แนะแนวการศึกษา

                                                                 แนะแนวการศึกษา

 

ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
แผนภูมิโลกกว้างทางการศึกษา เมื่อจบ ม.๓

.ศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายสายสามัญ (ม.๔ม.๖)หลักสูตร ๓ ปี ในโรงเรียนมัธยมศึกษาทั่วประเทศกว่า ๑,๐๐๐ แห่งซึ่งสังกัดอยู่ในหน่วยงานต่าง ๆ เช่น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (คือโรงเรียนรัฐบาล) สำนักงานงานคณะกรรมการอุดมศึกษา(คือโรงเรียนสาธิต)สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (โรงเรียนเอกชน)โรงเรียนที่มีสถานภาพเป็นองค์การมหาชนภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

.ศึกษาต่อสายอาชีวศึกษา หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.๓ปี)ในสถาบันอาชีวศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และวิทยาลัยช่างศิลปะ
๓.ศึกษาด้านทหาร–ตำรวจ ได้แก่ โรงเรียนเตรียมทหาร, โรงเรียนจ่าอากาศ, โรงเรียนดุริยางค์ทหารเรือ, โรงเรียนดุริยางค์ทหารบก, โรงเรียนดุริยางค์ทหารอากาศ, โรงเรียนช่างกรมอู่ทหารเรือ และโรงเรียนฝึกฝีมือทหาร
๔.  ศึกษาต่อด้านอื่น ๆ ได้แก่ วิทยาลัยนาฏศิลป โรงเรียนราชาพาณิชยนาวี โรงเรียนช่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

แนะแนวเมื่อจบ ม.๓

          การตัดสินใจเลือกศึกษาต่อในสถานศึกษาแห่งใดก็ตาม ไม่ใช่เรื่องที่จะตัดสินใจกันได้ง่ายๆ เพราะมีองค์ประกอบหลายอย่างที่นักเรียนควรนำมาพิจารณากันอย่างรอบครอบก่อนการตัดสินใจ โดยมีข้อคิดในการเลือกทางการศึกษาดังนี้ 

                .  การสำรวจตนเอง  หมายถึงการมองตนอย่างรู้จักและเข้าใจตนเองในทุกแง่ทุกมุม ยอมรับในข้อดีและข้อบกพร่องของตนเองเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ  คือ  

              ๑.๑ อุปนิสัยและบุคลิกภาพ คือ ลักษณะและคุณสมบัติทั้งทางร่างกายและจิตใจ ได้แก่รูปร่าง หน้าตา กิริยาท่าทาง การแสดงออก อารมณ์ น้ำเสียง การพูดจา ไหวพริบ ความเชื่อมั่น รวมทั้งต้องรู้จักความสามารถความถนัด ความสนใจและค่านิยมของตนเอง การค้นพบตนเองในเรื่องต่างๆ ที่กล่าวมานี้มีวิธีการมากมาย วิธีที่ง่ายและไม่เสียเวลามาก ได้แก่ การทำแบบทดสอบต่างๆ ซึ่งมีทั้งแบบทดสอบความสนใจ ความถนัด ค่านิยมและบุคลิกภาพ  

            ๑.๒ สติปัญญา หมายถึง ความสามารถในการคิดค้นหาเหตุผล วิเคราะห์ สังเคราะห์ สื่อความหมาย หรือแสดงออกให้ผู้อื่นเข้าใจ ซึ่งจะทราบได้จากผลการเรียนที่ผ่านมา 
              ๑.๓ สุขภาพ ได้แก่ ความแข็งแรง อ่อนแอ โรคประจำตัว ความสูง น้ำหนัก ความผิดปกติของสายตา หรือความพิการในอวัยวะบางส่วนของร่างกาย ฯลฯ ซึ่งบางสาขาวิชาได้มีการกำหนดเกี่ยวกับคุณสมบัติเฉพาะของผู้ทีจะเข้าศึกษาไว้เพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหาอุปสรรคในการศึกษาและในการประกอบอาชีพ 
             ๑.๔ เป้าหมายในชีวิตและความคาดหวัง คือ ต้องการมีชีวิตการงานที่มั่นคง มีความก้าวหน้า มีรายได้ดี มีเกียรติยศชื่อเสียง รับใช้สังคม ความคาดหวังจะเป็นแรงจูงใจให้บุคคลมานะพยายามไปสู้เป้าหมายได้ 
             ๑.๕ สภาพเศรษฐกิจทางบ้านการศึกษาในระดับที่สูงขึ้นนั้น มีความจำเป็นที่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการศึกษามากขึ้นเพราะผู้ที่จะเข้าศึกษาต่อบางสาขาวิชาอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในเรื่องของเครื่องมืออุปกรณ์           หรือแม้แต่ตำรับตำรา ดังนั้นผู้ที่จะศึกษาต่อจึงควรตระหนักในเรื่องนี้ด้วย 

        ๒.สำรวจโลกอาชีพ  สำรวจโลกอาชีพของสาขาวิชาที่เลือกศึกษาเกี่ยวกับลักษณะการทำงาน ความก้าวหน้า แนวโน้มตลาดแรงงาน ความต้องการกำลังคนทั้งในปัจจุบันและอนาคตรวมทั้งสำรวจว่าอาชีพนั้นตรงกับความต้องการแลบุคลิกภาพของตนมากที่สุดด้วย 

      ๓.สำรวจโลกการศึกษา คือการแสวงหาข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับการศึกษาเช่น ระบบการศึกษา การจัดการศึกษาหลักสูตร สถานที่ตั้งของสถานศึกษา วิธีการรับเข้าศึกษา คุณสมบัติเฉพาะแต่ละสาขาค่าใช้จ่ายบริการและสวัสดิการ  รวมทั้งวุฒิการศึกษาที่ได้รับเมื่อสำเร็จการศึกษา
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

แผนภูมิโลกกว้างทางการศึกษา   เมื่อจบ ม.๖

.  ศึกษาต่อมหาวิทยาลัยปิด  

.  ศึกษาต่อมหาวิทยาลัยเปิด

.  ศึกษาต่อมหาวิทยาลัยเอกชน

.  ศึกษาต่อด้านพยาบาล – สาธารณสุข

.  ศึกษาต่อด้านทหาร – ตำรวจ

.  ศึกษาต่อสถาบันอุดมศึกษาของรัฐอื่น ๆ 

.  สถานศึกษาด้านวิชาชีพอื่น ๆ

แนะแนวเมื่อจบ ม.๖

       นักเรียนจะตัดสินใจว่าควรเลือกเรียนต่อที่ใด  สายไหนจึงจะเหมาะสมนั้นไม่ใช่เรื่องที่จะตัดสินใจกันได้ง่าย ๆ เพราะมีองค์ประกอบหลายอย่างที่นักเรียนควรนำมาพิจารณากันอย่างรอบครอบก่อนการตัดสินใจโดยมีข้อคิดในการเลือกทางการศึกษาดังนี้ 

. การสำรวจตนเอง  เพื่อทำความรู้จักและเข้าใจเกี่ยวกับตนเอง  ในชั้นนี้นักเรียนจะต้องรู้จักวิเคราะห์และสำรวจตนเอง  และพิจารณาลักษณะรวมๆ ของตนเองทุกแง่ทุกมุม จนเกิดความเข้าใจและรู้ในข้อดีหรือขอบกพร่องอย่างแท้จริงเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ดังนี้

       ๑.๑ อุปนิสัยและบุคลิกภาพ คือ ลักษณะและคุณสมบัติทั้งทางร่างกายและจิตใจ ได้แก่ รูปร่าง หน้าตา กิริยาท่าทาง การแสดงออก อารมณ์ น้ำเสียง การพูดจา ไหวพริบ ความเชื่อมั่น รวมทั้งต้องรู้จักทักษะ ความสามารถความถนัด ความถนัดที่แท้จริง ทัศนคติความสนใจและค่านิยมของตนเองด้วยการค้นพบตัวเองในด้านนี้มีวิธีการมากมาย วิธีที่ง่ายและไม่เสียเวลา ได้แก่การทำแบบทดสอบต่างๆซึ่งจะมีทั้งแบบทดสอบความสนใจ ความถนัดค่านิยม บุคลิกภาพ 

     ๑.๒ สติปัญญา หมายถึงความสามารถในการคิดค้น หาเหตุผล วิเคราะห์ สังเคราะห์ สื่อความหมาย หรือแสดงออกให้ผู้อื่นเข้าใจได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ซึ่งอาจจะดูได้จากผลการเรียนที่ผ่านมาโดยไม่เข้าข้างตนเองจนเกินไป 

       ๑.๓ สุขภาพอนามัยและลักษณะทางร่างกายได้แก่ความแข็งแรงอ่อนแอโรคประจำตัวความสูง น้ำหนัก  ความผิดปกติของสายตา หรือความพิการในอวัยวะบางส่วนของร่างกาย ฯลฯ จะเห็นได้ว่าในบางสาขาวิชาได้มีการกำหนดเกี่ยวกับคุณสมบัติเฉพาะของผู้ทีจะเข้าศึกษาไว้  เพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหาอุปสรรคในการศึกษาและในการประกอบอาชีพต่อไปในอนาคต ซึ่งแม้ว่าจะมีความพร้อมในด้านอื่น ๆ แต่ถ้าขาดคุณสมบัติเฉพาะในด้านนี้สถาบันอุดมศึกษาก็ไม่อาจจะรับเข้าไปศึกษาต่อได้

        ๑.๔  เป้าหมายในชีวิต คือ โดยทั่วไปนักเรียนมักจะไม่ใคร่ใส่ใจที่จะวางเป้าหมายให้กับชีวิตของตนเอง  ไม่ว่าจะเป็นการเลือกสาขาวิชาเรียนการเลือกอาชีพจะไม่มีการวางแผนส่วนใหญ่จะเรียนตามที่โรงเรียนกำหนด เรียนตามเพื่อนตามความนิยมของสังคมฯลฯซึ่งเมื่อไม่มีเป้าหมายในชีวิต ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับอนาคตของตนเอง การวางแผนชีวิตเพื่อไปสู่เป้าหมายที่ได้วางไว้จึงเป็นสิ่งสำคัญ บุคคลควรจะรู้ว่าเขาต้องการทำอะไรกับชีวิตของเขาเขาจะไปไหนจะไปได้อย่างไร ทั้งนี้การวางแผนชีวิตจะต้องอยู่บนรากฐานของความจริงของแต่ละบุคคลด้วย  

         ๑.๕  สภาพเศรษฐกิจของตนเองและครอบครัว  การศึกษาในระดับอุดมศึกษาเป็นการศึกษาที่มุ่งเน้นทางด้านวิชาชีพชั้นสูงเฉพาะด้าน เพื่อตอบสนองการพัฒนาประเทศ ดังนั้นการศึกษาในระดับนี้จึงมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ค่าใช้จ่ายในการศึกษาเป็นจำนวนมาก มากกว่าการศึกษาในระดับอื่นๆ โดยเฉพาะบางสาขา ผู้ที่จะเข้าศึกษาจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการฝึกปฏิบัติค่าเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ปีละเป็นจำนวนมาก  แต่ในปัจจุบันรัฐบาลและสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งได้พยายามจัดสรร และจัดหาทุนการศึกษาเพื่อสงเคราะห์ผู้ที่ประสบปัญหาด้านทุนทรัพย์ในการศึกษาไว้ให้นักเรียนได้ขอทุน หรือกู้ยืมเงินเพื่อนการศึกษาแล้ว

. สำรวจโลกของอาชีพ  ตามทฤษฎีของการพัฒนาอาชีพนั้น อาจกล่าวได้ว่าการตัดสินใจว่าจะเลือกอาชีพอะไรดีนั้นเริ่มก่อตัวมาจากประสบการณ์ในวัยเด็กและค่อยๆ พัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ ไมใช่การแนะแนวอาชีพเมื่อจะสำเร็จการศึกษาระดับใดระดับหนึ่งเท่านั้นและก่อนที่บุคคลจะตัดสินใจเลือกศึกษาต่อในสาขาวิชาใดเขาจะต้องตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกประกอบอาชีพใดและก่อนที่จะตัดสินใจเลือกอาชีพนั้นก็จะต้องสำรวจศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะการทำงานความก้าวหน้าแนวโน้มตลาดแรงงานความต้องการกำลังคนทั้งในปัจจุบันและอนาคตรวมทั้งสำรวจว่าอาชีพนั้นตรงกับความต้องการและบุคลิกภาพของตนมากที่สุดก่อน

. พิจารณาโลกของการศึกษา คือ การรู้จักและแสวงหาข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับการศึกษาโดยเฉพาะระดับอุดมศึกษาทั้งในด้านระบบการศึกษา หลักสูตร สาขาวิชา การจัดการศึกษาระยะเวลาในการศึกษาสถานที่ตั้ง วิธีการเข้ารับการศึกษา  คุณสมบัติเฉพาะของแต่ละสาขาวิชา  ค่าใช้จ่ายในการศึกษาบริการและสวัสดิการ  รวมทั้งวุฒิที่ได้รับเมื่อสำเร็จการศึกษา  ทั้งนี้ไม่ควนยึดมั่นกับสถาบันใดสถาบันหนึ่งจนเกินไปควรดูที่สาขาวิชาที่ต้องการจะศึกษาเป็นหลัก 

. ตัดสินใจเลือกทางศึกษาต่อ  ในขั้นนี้เป็นการผนึกความคิดและประสานสัมพันธ์ระหว่างตนเองข้อมูลทางการศึกษาและข้อมูลทางอาชีพ โดยพิจารณาจาก ข้อ ๑ -๓ มาประกอบการตัดสินใจให้เหมาะสมกับตนเองและมีความเป็นไปได้มากที่สุด  และถ้าต้องการเพิ่มความมั่นใจในการตัดสินใจให้มากขึ้น  ในขั้นนี้นักเรียนควรขอรับคำปรึกษา  คำแนะนำจากอาจารย์แนะแนวอยากบอกว่าเวลาที่สำคัญสำหรับชีวิตเราอีกครั้งหนึ่งได้เดินทางมาถึงแล้วจงใช้เวลาทุกวินาทีให้มีคุณค่า  อย่าให้เวลาผ่านไปโดยไม่เหลียวแล  เพราะหากเวลาผ่านไปแล้วคงไม่มีใครสามารถย้อนเวลาให้กลับมาใหม่ได้  หยุดคิดสักนิด เสียเวลาสักหน่อย อย่างน้องก็เพื่อตัวเราเอง อย่าลืม!ว่าถนนที่จะให้นักเรียนเลือกเดินในชีวิต ไม่ได้มีเพียงเส้นทางเดียวมีเป็นร้อยเป็นพันเส้นทาง แต่ใครล่ะจะเป็นผู้ที่ตัดสินใจเลือกเดินเส้นทางไหน ถ้าไม่ใช่.......ตัวของเราเอง

 

ขอบอบคุณข้อมูลจาก  หนังสือ  เส้นทางสู่อนาคตเมื่อจบ ม.๓ และ ม.  สำนักงานบัณฑิตแนะแนว